and Spa |
ความเป็นมาของการนวดแผนไทย
การนวดไทยเป็นภูมิปัญญาอันล้ำค่าของชาวไทยที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ คนไทยเรียนรู้วิธีช่วย
เหลือกันเองเมื่อเจ็บป่วยด้วยการบีบนวดการดัดตนเองและช่วยเหลือตนเองมาช้านาน เชื่อว่าการนวดเริ่มต้น
จากการช่วยเหลือกันเองภายในกันเองภายในครอบครัวเช่นสามีนวดให้ภรรยา ภรรยานวดให้สามีีลูกหลาน
นวดให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นต้น ซึ่งอาจจะใช้อวัยวะต่างๆ เช่นศอกเข่ามือ เท้า หรืออาจใช้อุปกรณ์ ในการ
นวดเพื่อช่วยให้ใช้น้ำหนักได้มากขึ้นหรือใช้นวดได้ด้วยตนเองเช่น ไม้กดท้อง นมสาว กะลา การนวดช่วย
เหลือกันเองภายในครอบครัวจนเกิดความชำนาญ และมั่นใจแล้วจึงได้มีการนวดช่วยเหลือการเจ็บป่วยของ
เพื่อนบ้าน และกลายเป็นอาชีพหมอนวดในที่สุด
|
ความหมายของการนวด
การนวด หมายถึง การสัมผัสต่อร่างกายโดยใช้ส่วนของร่างกายหรือเครื่องมือต่างๆ มีจุดมุ่งหมาย
เพื่อบรรเทาความไม่สบาย ทำให้ความรู้สึกทางประสาทสัมผัสทั้ง 5 ดีขึ้นรวมถึงความรู้สึก ทางจิตใจด้วย
ทั้งยังไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต(ร่างกาย, จิตใจ, ความรู้สึก)การนวดเป็นกลวิธีการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
ของมนุษย์มนุษย์รู้จักวิธีการนวดมาตั้งแต่เริ่มกำเนิดมาบนโลก เมื่อมนุษย์รู้สึกไม่สบายหรือเกิดความเจ็บ
ปวดขึ้น ก็จะเกิดกระบวนการรักษาตนเองหนึ่งในวิธีการรักษาตนเองนั้น ก็โดยการสัมผัสบริเวณที่มีอาการ
ผิดปรกติเราทดสอบได้โดยลองใช้ไม้ตีลงบนส่วนของร่างกายตัวเราเองสังเกตเห็นว่าเรารู้สึกเจ็บและใช้มือ
สัมผัสบริเวณที่เจ็บโดยอัตโนมัติ เมื่อเรามีความรู้สึกไม่ สบายอย่างอื่น เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง ปวดแขน
เรามักจะสัมผัสบริเวณที่มีอาการปวดอยู่เสมอดังนั้นการนวดจึงเป็นวิธีรักษาพื้นฐานในการบรรเทาความเจ็บ
ป่วยของมนุษย์ เป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่สุด |
ประวัติการนวด
ประวัติศาสตร์การนวดนั้นมีมายาวนาน หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับการนวดพบในทวีปเอเชีย
นี่เองคือที่ประเทศจีนเมื่อประมาณ 4,500 ปีมาแล้ว ต่อมาญี่ปุ่นได้นำแบบอย่างวิธีการนวดมาจากจีน
เมื่อประมาณ 600 ปี ก่อนคริสต ศักราช การแพทย์ระบบอายุรเวทของอินเดียย้อนหลังไปอย่างน้อย 500
ปี ก่อนคริสตศักราช ก็กล่าวถึงการดูแลสุขภาพด้วยการนวดไว้เช่นเดียวกันในกรีซโบราณ Hippocretes
(450-377ปีก่อนคริสตศักราช)และAristotle(384-322ปีก่อนคริสตศักราช)ก็กล่าวถึงการนวดในข้อเขียน
ของท่านว่ามีหลายข้อบ่งชี้ในยุคนั้นมีสถานที่ที่นิยมใช้ออกกำลังกายนวด และอาบน้ำอยู่ร่วมกันด้วยต่อมา
ในอาณาจักรโรมัน (27 ปีก่อนคริสตศักราช – ค.ศ.46) ก็ยังมีสถานที่เช่นนั้นอยู่ซึ่งก็เป็นคำที่ใช้มาจน
ปัจจุบันนี้คือยิมเนเซี่ยมนั่นเอง ข้อเขียนเกี่ยวกับกรีกและ โรมันซึ่งรวมถึงการนวดด้วยได้ถูกกล่าวถึงอีก
ครั้ง ในยุโรป ในยุคเรเนซองค์ ช่วงทศวรรษที่14-17 และต่อมาได้รับความสนใจในแง่ของการรักษาใน
ประเทศต่าง ๆ ได้แก่ ฝรั่งเศส อังกฤษเยอรมัน และ สวีเดน จึงทำให้คำต่าง ๆ เกี่ยวกับการนวดพื้นฐาน
เป็นภาษาฝรั่งเศสการนวดได้รับความนิยมอย่างมากในสวีเดนจนกระทั่งมีโรงเรียนที่เปิดสอนการนวดเพื่อ
บำบัดคือ
The Royal Institute ofGymnastic ในกรุงสต๊อกโฮม ปี 1813 และทำให้การนวดแบบSwedish
แพร่หลายไปทั้งยุโรปและอเมริกาตราบจนทุกวันนี้ สำหรับการนวดแผนไทยนับเป็นภูมิปัญญาของชาว
ไทย ที่สืบทอดกันมาช้านาน เชื่อว่าเริ่มต้นจากความสัมพันธ์์สายใยภายในครอบครัว ที่ช่วยเหลือกันเพื่อ
บรรเทาอาการปวดเมื่อยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของไทยที่พบเก่าแก่ที่สุดคือศิลาจารึกสมัยสุโขทัยช่วง
ที่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชครองราชย์ โดยขุดพบที่ป่ามะม่วงต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จ
พระนารายน์มหาราช การแพทย์แผนไทยเจริญรุ่งเรืองมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งการนวดแผนไทย มีการ
แบ่งกรมหมอนวดเป็นฝ่ายซ้าย - ขวาโดยปรากฏใน ทำเนียบศักดินาข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือนที่
ตราขึ้นในปี พ.ศ.1998 และจากจดหมายเหตุ ของราชทูต ลา ลู แบร์ ประเทศฝรั่งเศส ครั้นมาถึงสมัย
รัตนโกสินทร์ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงโปรดให้ปั้นรูปฤาษีดัดตนจนครบ
80 ท่า และจารึกวิชาการนวดไทยลงบนแผ่นหินอ่อน 60 ภาพประดับบนผนังศาลารายและบนเสาภายใน
วัดโพธิ์กรมหมอนวดยังคงมีหลักฐานพบได้จนถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรด
ให้มอบยาและหมอนวดถวายการรักษาและ มีหมอนวดถวายงานทุกครั้งที่เสด็จประพาสบทบาทของหมอ
นวดได้หมดจากราชสำนักในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อการแพทย์แผน
ตะวันตกเข้ามาในสังคมไทย แต่หมอนวดชาวบ้านก็ยังคงมีอยู่ตราบจนถึงปัจจุบัน |
ประโยชน์ของการนวด
การนวดเป็นวิธีการบรรเทาความเจ็บป่วยเบื้องต้นของมนุษย์ทุกคน ผลของการนวดเกิดขึ้นได้ทัน
ทีทันใดต่อความรู้สึก คือเมื่อเราสัมผัสร่างกายเราจะรู้สึกได้ทันทีดังนั้นหากเราใช้วิธีนวดที่ถูกต้องเหมาะ
สมก็สามารถบรรเทาความรู้สึกที่ไม่สบาย ทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีขึ้น นอกจากนั้นการนวดยังให้ผลทันที
ในการกระตุ้นการเคลื่อนไหวของร่างกายซึ่งเราแบ่งการเคลื่อนไหวแบ่งเป็น2ลักษณะคือการนวดเคลื่อน
ไหวภายนอก และการเคลื่อนไหวภายในการเคลื่อนไหวภายนอกนั้น คือการเคลื่อนไหวเปลี่ยนอิริยาบถ
(ท่าทาง) ซึ่งการเคลื่อนไหวนี้ต้องอาศัยการทำงานของอวัยวะอย่างน้อย 2 ประการ ได้แก่กล้ามเนื้อและ
ข้อต่อกระดูก ส่วนการเคลื่อนไหวภายในร่างกายนั้น เรามีการทำงานของอวัยวะที่ต้องเคลื่อนไหวอยู่
3 ระบบ ได้แก่ ระบบการหายใจ ระบบการไหลเวียนเลือด และระบบทางเดินอาหาร
|
ผลดีของการนวด
1. ผลต่อกล้ามเนื้อ,เส้นเอ็น,พังผืด,ทำให้เกิดการยึดคลายลดการเกร็งตัวการเคลื่อนไหวของอวัยวะดีขึ้น
2. ผลต่อการไหลเวียนของเลือดทำให้หลอดเลือดขยายตัวการไหลเวียนของเลือดแรงขึ้นทำให้ร่างกาย
รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า เสริมสร้างความสมบูรณ์ของอวัยวะต่าง ๆ
3. ผลต่อระบบประสาททำให้เกิดการกระตุ้นต่อมประสาทความรู้สึกตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมดีการควบ
คุมการทำงานของอวัยวะทั้งหลายดี
4. ผลต่อข้อต่อกระดูกทำให้ข้อต่อกระดูดชุ่มชื้นพังผืดครอบข้อต่ออ่อนคลายการเคลื่อนไหวร่างกาย
คล่อง
5. ผลต่อการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ ทำให้ทำงานได้ดีขึ้นสร้างความสมบูรณ์แข็งแรง
6. ผลต่อจิตใจและอารมณ์ ทำให้ผ่อนคลายความเครียด รู้สึกอบอุ่น |
ใบประกอบอาชีพหมอผู้นวด
|